ว้าว…Xiaomi Mi5 มาพร้อมแรม 4GB

Posted by hera59 on 03/01/2015 in Uncategorized with Comments closed |

ก็เรียกว่าสร้างความตื่นตาตื่นใจกันในช่วงปีใหม่นี้ได้ดีทีเดียว สำหรับสมาร์ทโฟน Xiaomi Mi5 รุ่นใหม่จากค่ายยักษ์ใหญ่นี้ โดยสิ่งหนึ่งที่เรามักจะได้ยินกันในการใช้สมาร์ทโฟนกันบ่อยๆ ก็คือ แรมหมด เครื่องช้าหรือเปิดแอพไม่ได้ เนื่องจากแรมที่มีนั้นไม่พอ จึงทำให้การใช้งานติดๆ ขัดๆ แต่สำหรับ Mi5 รุ่นนี้ ตีโจทย์ได้แตกและเชื่อว่าน่าจะถูกใจใครหลายคนด้วยแรมที่มากถึง 4GB

ณ เวลานี้สิ่งที่เกิดขึ้นคือ Samsung ได้ประกาศเปิดตัวโมดุล 4GB สำหรับอุปกรณ์ต่างๆ ในปี 2015 ซึ่งก็เชื่อแน่ว่าย่อมส่งผลต่อผู้ผลิตรายต่างๆ มากมาย เช่นเดียวกับสมาร์ทโฟนที่เป็นเรือธงของ Xiaomi รุ่นนี้ ที่ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนตัวแรกที่ใส่แรมมาให้ถึง 4GB แต่ที่น่าสนใจก็คือ การนำเอาชิ้นส่วนที่มีประสิทธิภาพสูงมาใช้ เช่นหน่วยประมวลผลจาก Snapdragon 810 พร้อมหน้าจอในแบบ ความละเอียดสูงระดับมากกว่า Full HD และกล้อง 20 ล้านพิกเซล รวมถึงไฮไลต์เด็ดคือแรม 4GB ส่วนสนราคายังไม่เป็นที่เปิดเผย

แต่คงไม่ต้องแปลกใจไปว่าการเริ่มต้นตลาดสมาร์ทโฟนที่มีแรม 4GB มีความสำคัญเพียงใด ซึ่งตามรายงานอาจคาดว่า Samsung เองก็อาจมาพร้อมสมาร์ทโฟนโมเดลที่ใช้แรม 4GB เช่นเดียวกันบน S6 ในช่วงต้นปีนี้ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเรื่องที่อาจจะทำให้หลายคนตื่นตาตื่นใจพอสมควร เพื่อให้รับกับการใช้งานในปัจจุบันได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้การมาของสมาร์ทโฟนที่มีแรมขนาดใหญ่ น่าจะเข้ามาเป็นมาตรฐานในปัจจุบันได้อย่างแน่นอน

Xiaomi Mi5

5 Check เพิ่มความเร็วให้คอม แบบไม่ต้องอัพเกรด

Posted by hera59 on 23/12/2014 in Uncategorized with Comments closed |

เป็นเรื่องปกติครับ เมื่อคุณใช้งานคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊คไปนานๆ แล้วเกิดอาการเครื่องช้าลง แต่ไม่ต้องงง!!! กันครับ บางคนอาจจะมองว่าช้าเพราะสเปคเครื่องต่ำ และบางครั้งก็อดคิดไม่ได้ว่าต้องซื้อใหม่ ก็ว่ากันไปตามความเข้าใจ แต่อย่าลืมนะครับว่า คอมพิวเตอร์เราผ่านอะไรมาบ้าง บางคนใช้อย่างเดียว ไม่เคยดูแล เก็บข้อมูลไม่เป็นระเบียบบ้าง ลงโปรแกรมไม่เลือกหน้า สรรหาแต่ไวรัส จัดเต็มกับเกมและอื่นๆ อีกมากมาย เรียกได้ว่าทำร้ายกันไม่หยุดหย่อน ย่อมเป็นธรรมดาที่อืดช้าลงบ้าง นั่นก็หมายถึงเราก็ต้องเริ่มหันมาดูแลเอาใจใส่ วันนี้จึงขอหยิบยกกับระบบตรวจเช็คในเบื้องต้น เพื่อคนที่มีปัญหาเครื่องช้า ได้เป็นอีกแนวทางหนึ่ง แบบไม่ต้องพึ่งช่างให้เสียเงิน เสียทอง กับการทำ 5 Check กันครับ

Check CPU ดูแค่ว่าทำงานได้ตามปกติหรือไม่ มีสิ่งใดมาทำให้ซีพียูทำงานหนักไปหรือเปล่า ด้วยการเข้าไปดูใน Task Manager โดยกดปุ่ม Ctrl + Shift + Esc แล้วเข้าไปดูในแถบ CPU หากมีการทำงานสูงผิดปกติ อาจจะต้องเข้าไปเบรกการทำงานของโปรแกรมบางตัวลง ให้สงสัยว่ามีความผิดปกติ ซึ่งหากเป็นโปรแกรมที่ไม่ได้ใช้ให้ Uninstall ออกไป แต่ถ้าไม่แน่ใจ ให้ลองสแกนด้วยโปรแกรม Anti-Virus หรือ Anti-Malware เพื่อความมั่นใจ

Check RAM คล้ายกับการ Check CPU ให้ดูว่าแรมที่มีอยู่เหลือน้อยเกินไปมั้ยหรือมีอะไรเรียกใช้แรมเยอะผิดปกติ หากเปิดโปรแกรมตัวใดเยอะไป ให้ปิดลงบ้างหรือถ้าใช้งานมานาน การรีสตาร์ทก็ช่วยได้ หมั่นสังเกตว่ามีอะไรแอบใช้แรมอยู่รึเปล่า หากมีให้ Uninstall, Delete หรือหยุดการทำงานด้วยการ End Process ไปเสีย เป็นอีกแนวทางที่แก้ไขอย่างได้ผล

Check HDD ควรเช็คดูว่าฮาร์ดดิสก์ที่ใช้อยู่นั้น มีพื้นที่เหลือมากพอหรือไม่ หรือควรได้เวลาจัดการ เริ่มตั้งแต่ Backup สำรองข้อมูล, ลบไฟล์ที่ไม่ได้ใช้ออก, ไฟล์ซ้ำอย่าเก็บไว้ ใช้โปรแกรมสำรวจให้ดีหรือบางทีเกิดจากข้อมูลที่มีมากเกินไป รวมถึงอาจตรวจสอบสุขภาพฮาร์ดดิสก์ว่ามี Bad sector อยู่หรือไม่ มีเสียงดังผิดปกติขณะทำงานรึเปล่า ให้แก้ไขด้วยการลบ ย้ายและสแกนฮาร์ดดิสก์ในเบื้องต้น เท่านี้ระบบก็พร้อมจะทำงานต่อไปได้แล้ว

5 Check-speedup-virus

Check Virus ไวรัสตัวร้าย ต้องเร่งทำลายโดยเร็ว เพราะปัจจุบันไม่ว่าจะเป็น ไวรัส มัลแวร์ แอดแวร์ สปายแวร์หรือภัยต่างๆ เข้ามาใกล้ตัวมากขึ้น บางตัวเข้าไปรบกวนการใช้งานทำให้เครื่องช้าลงได้ แต่บางตัวก็แค่ฝังตัวรอเวลา แก้ไขง่ายๆ ด้วยการใช้ Anti-Virus สแกนในเบื้องต้น และอาจจะหา Anti-Malware มาเสริมกรณีที่ไม่แน่ใจ รวมถึงการตั้งค่าให้อัพเดตสม่ำเสมอ ก็จะเป็นการป้องกันชั้นดีให้กับคอมพิวเตอร์ของเราเอง เมื่อไม่มีสิ่งรบกวนการทำงาน ไม่โหลดซีพียูหรือแรม เท่านี้ก็ใช้งานได้ไหลลื่นแล้ว

Check Program ขอทีกับการติดตั้งโปรแกรมแบบเรื่อยเปื่อย ทั้งเรื่องของโปรแกรมฟรี ทดลองหรือเดโม ติดตั้งแล้ว ลบออกบ้าง บางโปรแกรมมีเวลาจำกัด หมดอายุแล้วยังค้างในเครื่องหรือบางทีลงเกมกันเป็นว่าเล่น แต่ก็ไม่ได้ใช้ เสียพื้นที่แบบเปล่าประโยชน์กันเลยทีเดียว แบบนี้ก็ต้องมาจัดสรรกันใหม่ Uninstall ที่ไม่ใช้ออกไปหรือโปรแกรมที่ทำงานคล้ายๆ กันก็ไม่จำเป็นต้องลงทุกตัว เลือกเอาแบบที่ใช่หรือชอบ เพียงแค่ตัวเดียว ก็จะลดการใช้ทรัพยากรไปได้มากอีกด้วย

5 Check นี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ช่วยให้การใช้คอมพิวเตอร์ได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น แค่ทำให้ครบ ทำให้บ่อย จัดสรรให้ดี ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น ก็เห็นผล แต่ถ้าทำแล้วยังไม่ดีหรือไม่ได้ผลอย่างที่ใจต้องการ ก็มีหนทางคือ ฟอร์แมตลงวินโดวส์ใหม่หรือการอัพเกรดอุปกรณ์บางชิ้น ก็น่าจะช่วยได้มาก แต่เรื่องเสียเงินหลายคนก็อยากให้เป็นทางออกสุดท้าย ใช่มั้ยครับ?

GIGABYTE Water Cooling สำหรับการ์ด GTX 980 tri-SLI ในราคา 3000 USD

Posted by hera59 on 23/12/2014 in Uncategorized with Comments closed |

สมกับเป็นผู้ผลิตที่ค่อนข้างใส่ใจกับบรรดาคอเกม Extreme อยู่เสมอ เพราะไม่ว่าจะผลิตการ์ดจอมากี่รุ่น GIGABYTE ไม่เคยละเลยเรื่องการออกแบบชุดระบายความร้อนใหม่ๆ ให้เราเห็นกันอยู่เป็นประจำ ส่วนหนึ่งก็เพื่อเอาใจคนที่ชอบความท้าทายและรักในการโมดิฟาย เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับการ์ดจอที่ใช้และที่สำคัญเพิ่มเฟรมเรตให้กับที่เล่นได้ลื่นยิ่งขึ้นอีกทางหนึ่ง เช่นเดียวกับในครั้งนี้ที่มีการนำเอาชุดระบายความร้อนด้วยน้ำขั้นเทพ มาเป็นตัวเลือกให้กับผู้ที่ใช้ GeForce GTX 980 เกมการ์ดขั้นเทพในปัจจุบัน ด้วยการใช้การระบายความร้อนแบบปิด ร่วมกับการ์ดจอ GTX 980 ได้พร้อมกันถึง 3 ตัวเลยทีเดียว

2014-12-16-image-2

ตามที่ทาง Techspot ได้นำเสนอนั้น อย่างที่เราได้เห็นเลยคือ ระบบระบายความร้อนสุดอลังที่อยู่บนเครื่องพีซีในแบบ Set-top-box ซึ่งการทำงานเป็นไปแบบง่ายๆ แทบไม่ต้องแกะมาบำรุงรักษาให้วุ่นวายมากนัก ในชุดประกอบด้วยกล่องขนาดใหญ่ ภายในเป็นชุดระบายความร้อนและหม้อน้ำ พร้อมพัดลมขนาดใหญ่ 3 ตัว ช่วยในการระบายความร้อนให้กับน้ำที่ไหลเวียนไปยังชุดซิงก์ที่ต่อเข้ากับตัวการ์ด GTX 980 โดยตรงทั้งหมด 3 ตัวและมีสายหุ้ม เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับสายยางที่ไหลเวียนน้ำ ที่สำคัญแพแนลด้านหน้าเครื่อง ยังให้คุณเลือกปรับความเร็วในการไหลเวียนของน้ำได้อีกด้วย

โดยที่ Cooling Box นั้น จะทำหน้าที่บำบัดน้ำให้มีอุณหภูมิต่ำลง และวนไปยังที่ตัวการ์ด เพื่อระบายความร้อนตลอดเวลา เพื่อลดความร้อนจากการ์ดจอระดับไฮเอนด์ที่มีสเปคขั้นเทพ ความเร็ว GPU ที่สูงถึง 1228MHz และเมื่อ Boost Clock จะกระโดดไปที่ 1329MHz เลยทีเดียว เช่นเดียวกับเมมโมรีที่เป็น GDDR5 4GB ที่ทำงานในระดับ GHz เช่นเดียวกัน ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมควรจะต้องมีระบบระบายความร้อนที่ดียิ่งขึ้น หากใครสนใจกับระบบระบายความร้อนด้วยน้ำแบบนี้ สนนราคาอยู่ที่ 3000 USD เท่านั้น

1

เอเซอร์มาเป็นคู่

Posted by hera59 on 05/12/2014 in Uncategorized |

อีกไม่กี่วันก็ปีใหม่แล้ว หนึ่งในของขวัญที่ผู้คนจะซื้อให้กันก็คือ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต นาฬิกาอัจฉริยะ และสายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพ ที่กำลังเป็น
เทรนด์มาแรงตั้งแต่ปลายปีนี้เป็นต้นไป

เอเซอร์ ลิควิด เจด (Liquid Jade) เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของเอเซอร์ที่เน้นดีไซน์ จอกระจกโค้ง 5 นิ้ว กันรอยขีดข่วนมาตรฐาน
กอริลลากลาส 3 หน่วยประมวลผล ควอดคอร์ 1.3 กิกะเฮิรตซ์ หน่วยความจำตัวเครื่อง 16 กิกะไบต์ เพิ่มได้ถึง 32 กิกะไบต์ ผ่านไมโคร
เอสดีการ์ด มีให้เลือก 5 สี กล้อง 13 เมกะพิกเซล ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.4 ความโดดเด่นของเอเซอร์ ลิควิด เจด อยู่ที่จอคมชัด สีสบายตาเหมือนจอทีวีคุณภาพดี ๆ และตัวเครื่องที่บางและเบามาก ๆ บางคนอาจจะไม่ชอบฝาหลังที่ดูเป็นพลาสติกมันวาว โดยเฉพาะรุ่นสีดำ เพราะจะเปื้อนลายนิ้วมือได้ง่าย ๆ แต่ไม่ใช่ปัญหา เพราะส่วนใหญ่เราก็ใส่เคสให้สมาร์ทโฟนกันอยู่แล้ว

ที่เปิดตัววางขายคู่กับลิควิด เจด คือ สายรัดข้อมือดิจิตอลเพื่อสุขภาพ Acer Leap เป็นจอสัมผัส ขนาดจอ 1 นิ้ว จะบันทึกการเคลื่อนไหว กิจกรรมในแต่ละวันของผู้ใช้งาน เช่น การออกกำลังกาย เดิน วิ่งคำนวณแคลอรีที่เผาผลาญไป เราสามารถตั้งเป้าหมายการออกกำลังกายได้ รวมทั้งบอกถึงพฤติกรรมการนอนว่า หลับสนิทหรือหลับ ๆ ตื่น ๆ

ใช้ควบคู่กับสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ เวอร์ชั่น 4.3 ขึ้นไป เมื่อจับคู่สายรัดข้อมือดิจิตอลผ่านบลูทูธแล้ว เวลามีสายเข้าก็จะเตือนให้ทราบ รวมถึงข้อความเอสเอ็มเอส

แบตเตอรี่ชาร์จ 1 ครั้งอยู่ได้นาน 7 วัน เพราะจอขนาดเล็ก จึงไม่เปลืองพลังงาน

แต่สายรัดข้อมือค่อนข้างแข็งและใส่ยากสำหรับคนข้อมือเล็กอย่างผู้เขียน แต่ก็เหมาะมากสำหรับออกกำลังกาย เพราะสายเป็นยาง ไม่ต้องห่วงโดนเหงื่อหรือฝุ่น เอเซอร์วางขาย 5 สี สดใส

ส่วนราคานั้นน่าตกใจ สายรัดข้อมือ ประมาณ 3,000 บาท ส่วนสมาร์ทโฟน ลิควิดเจด ประมาณ 9,000 บาท

แนะนำให้ไปสัมผัสของจริงก่อนตัดสินใจ.

?เอเซอร์มาเป็นคู่?

Copyright © 2014-2015 Oracolodellasibilla.com All rights reserved.
This site is using the Multi Child-Theme, v2.1.3, on top of
the Parent-Theme Desk Mess Mirrored, v2.3, from BuyNowShop.com.